ในยุคดาต้าเป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจไทยเต็มไปด้วยความผันผวนทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ดาต้าจึงกลายเป็นเสมือนเป็นเข็มทิศสำคัญในการกำหนดแนวทางธุรกิจให้ตอบสนองเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดหรือผู้บริโภค
ในงาน THAILAND NOW & NEXT: Thriving through The Economic Instability วีระ เกษตรสิน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ LINE ประเทศไทย ได้เผยถึงโร้ดแมปและทิศทางการพัฒนาโซลูชันบน LINE มุ่งช่วยให้ภาคธุรกิจไทยใช้ดาต้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเครื่องมือและโซลูชันใหม่ที่ LINE จะทยอยพัฒนาเพิ่มขึ้นตามโร้ดแมปของช่วงปลายปี 2024-2025 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
1) กลุ่มบริการด้านโฆษณา ได้แก่ เปิดตัวโฆษณารูปแบบใหม่บนตำแหน่ง Smart Channel หรือด้านบนของหน้ารายการแชต เรียกว่า “Smart Channel Premium” เปิดกว้างให้แบรนด์ นักโฆษณาปล่อยพลัง ใส่ความคิดสร้างสรรค์ด้วยโฆษณารูปแบบวิดีโอเอนิเมชันที่สามารถขยายเต็มหน้าจอได้ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจ กระตุ้นให้แบนเนอร์โฆษณาในตำแหน่งทำเลทองนี้น่ารับชม ดึงดูดตา ดึงดูดใจมากขึ้น โดยมีแผนจะเปิดให้บริการในปลายปี 2024 นี้
นอกจากโฆษณาในรูปแบบใหม่ LINE ยังมีแผนพัฒนาตัวเลือกในการระบุกลุ่มเป้าหมาย (Targeting) บน LINE Ads ให้หลากหลาย ละเอียดและครอบคลุมมากขึ้น โดยในปีนี้ LINE ได้มีการเพิ่มตัวเลือกกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ตามความสนใจไปแล้วถึง 32 กลุ่ม ล่าสุด LINE ปลดล็อกให้แบรนด์สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายตามความสนใจในกลุ่มผู้ติดตามบน LINE OA ได้ ด้วยตัวเลือกถึงกว่า 95 กลุ่มความสนใจ อาทิ กลุ่มผู้สนใจด้านอาหาร ที่มีฐานรวมมากกว่า 50 ล้านคน กลุ่มผู้สนใจช็อปปิ้งมากกว่า 38 ล้านคน กลุ่มผู้สนใจด้านการบริหารการเงินและการลงทุนมากกว่า 23 ล้านคน และกลุ่มผู้สนใจแฟชั่นมากกว่า 15 ล้านคน เป็นต้น และในช่วงปลายปีนี้ จะมีการขยายไปสู่กลุ่มผู้ใช้งาน LINE OpenChat ตามกลุ่มการพูดคุยที่หลากหลาย รวมถึงแผนขยายไปยังบริการอื่น ๆ บน LINE เช่น LINE TODAY ที่มีแผนจะขยายไปในช่วงต้นปี 2025 ส่งผลให้ในอนาคตอันใกล้ LINE Ads จะมีตัวเลือกกลุ่มเป้าหมายตามความสนใจให้แบรนด์ได้เลือกใช้ได้อย่าหลากหลายโดยรวมมากถึง 100 กลุ่มขึ้นไป
2) กลุ่มโซลูชันด้านดาต้า เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการดาต้าให้กับแบรนด์ให้ดีและสะดวกยิ่งขึ้นผ่านเครื่องมือ MyCustomer ซึ่งทำหน้าที่เป็นถังเก็บ รวบรวม และบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้แบรนด์สามารถนำมาข้อมูลมาจำแนก แบ่งกลุ่มเป้าหมาย ในการสื่อสารและทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงได้ โดย LINE มีแผนพัฒนาความสามารถใหม่ ๆ ให้กับเครื่องมือ MyCustomer ได้แก่ Customer Profile Importer การจับคู่ข้อมูลด้านโปรไฟล์ของลูกค้ากับผู้ติดตามใน LINE OA โดยจะมีกำหนดเริ่มให้บริการในช่วงปลายปี 2024
Marketing Automation ฟังก์ชันการเซ็ตเงื่อนไขให้ระบบทำงานบางอย่างแบบอัตโนมัติให้ ทำให้แบรนด์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาดได้ แบ่งเบาภาระการทำงานของบุคลากร อาทิ การเซ็ตระบบให้ส่งโปรโมชันพิเศษไปหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายในโอกาสสำคัญ เช่น ครบรอบวันเกิด หรือช่วงซัมเมอร์เดย์ของแบรนด์ เป็นต้น โดยจะมีกำหนดเริ่มให้บริการในช่วงต้นปี 2025 DATA Connector เปิดการเชื่อมต่อดาต้ากับระบบภายนอกอื่นๆ ที่แบรนด์ใช้งาน อาทิ SAP, SALEFORCE ฯลฯ ทำให้แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากดาต้าได้ดียิ่งขึ้น และ Predictive Audience นำเอาเทคโนโลยี AI มาช่วยแนะนำ คาดการณ์กลุ่มเป้าหมายใหม่ ตามลักษณะกิจกรรม พฤติกรรมและโปรไฟล์ต่าง ๆ ตามข้อมูลลูกค้าที่แบรนด์มี เพื่อนำไปใช้ในการสื่อสาร การตลาดแบบ Re-Targeting ได้ โดยทั้งสองฟังก์ชันท้ายนี้มีแผนเปิดให้บริการในกลางปี 2025
นอกจากนี้ ในส่วนของเครื่องมือ MyCustomer | CRM ที่ร้านค้านิยมใช้ในการบริหารจัดการดาต้าในด้าน CRM ทั้งในรูปแบบระบบสมาชิกและแจกพอยท์ LINE มีแผนยกระดับความสามารถ เปิดการเชื่อมต่อข้อมูลกับช่องทางการขายอื่น ๆ ได้ อาทิ อีมาร์เก็ตเพลส ช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ภายในสิ้นปีนี้ รวมไปถึงแผนเชื่อมต่อข้อมูลกับบริการสั่งอาหาร LINE MAN และร้านค้าที่ใช้งาน Wongnai POS ภายในปี 2025 ช่วยให้ร้านค้าสามารถระบุตัวตนลูกค้าได้แม่นยำขึ้นจากฐานข้อมูลที่ใหญ่และครอบคลุมมากกว่าเดิม ลูกค้าได้รับประสบการณ์ในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ขณะเดียวกัน LINE ยังมีแผนพัฒนาฟังก์ชั่น Special Event Targeting ช่วยในการนำดาต้าของลูกค้ามาสร้างกิจกรรมพิเศษตามกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้ เช่นการส่งโปรโมชันพิเศษวันเกิด ข้อเสนอเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น ลูกค้าประจำ ลูกค้าที่อยู่กับแบรนด์มานาน ฯลฯ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ โดยฟังก์ชันดังกล่าวมีแผนเปิดให้บริการในปลายปีนี้
3) กลุ่มเครื่องมือเพื่อติดตามผล มุ่งผลักดันให้เกิดการใช้งาน Conversion API ช่วยแบรนด์ในการติดตามผลพฤติกรรมผู้บริโภคได้ ในยุคที่ Cookieless Policy ยังคงเป็นข้อจำกัดและความท้าทายใหญ่สำหรับแบรนด์ในการได้มาซึ่งข้อมูล ด้วยบทบาทการเป็นตัวช่วยสำคัญ ในการติดตามผลพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำและครอบคลุม ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการในไทยไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ผลลัพธ์การใช้งานจากแบรนด์ในญี่ปุ่นพบว่า การใช้งาน Conversion API สามารถช่วยเพิ่มอัตราคอนเวอร์ชั่น (CVR) บนเว็บไซต์ได้มากขึ้นถึง 2 เท่า และขยายฐานผู้ใช้งานที่ใช้ระบบ iOS ได้สูงถึง 3 เท่าจากการใช้ Conversion API ควบคู่ไปกับ LINE Tag ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการใช้งาน Conversion API ในการช่วยแบรนด์ติดตามผลพฤติกรรมลูกค้า ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่แบรนด์มองหาได้อย่างลงตัว
สานต่อเป้าหมาย แพลตฟอร์มเปิดเพื่อธุรกิจไทย
สำหรับทิศทางการพัฒนาแพลตฟอร์มในระยะยาวเพื่อภาคธุรกิจไทย LINE จะมุ่งเน้นการพัฒนาไปใน 2 ด้านคือ ด้านผลิตภัณฑ์ อันได้แก่ 1) มุ่งเปิดกว้างในการสร้างและเชื่อมต่อเครื่องมือใหม่ ๆ เข้ากับ LINE ภายใต้แพลตฟอร์ม LINE OA Plus สานต่อจุดมุ่งหมายในการเป็นแพลตฟอร์มเปิดเพื่อคนไทย โดยเฉพาะภาคธุรกิจไทย ให้ได้เข้ามามีส่วนในการสร้างบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันไป และนักพัฒนาไทย ได้เข้ามามีบทบาทในการสร้างนวัตกรรม เพื่อร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวมผ่าน Open API บนแพลตฟอร์ม LINE OA Plus นี้ 2) มุ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้ในการช็อปปิ้งผ่าน LINE OA เสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว อาทิ การมีแชตบอทนำเสนอสินค้าและบริการได้ครบครัน ตรงใจ การสร้างตัวช่วยใหม่ๆ ให้แบรนด์สามารถนำอินไซต์ลูกค้าจากการแชต มาเป็นข้อมูลในการทำ Ad-Targeting ได้ รวมถึงช่วยให้ LINE พัฒนาปรับปรุงตัวเลือกใหม่ๆ ในการระบุกลุ่มเป้าหมาย Persona Targeting ให้หลากหลายยิ่งขึ้นไปด้วยในตัว 3) มุ่งพัฒนาการทำ Chat Commerce บน LINE ให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาเครื่องมือหรือฟังก์ชั่นในด้าน Sale Analysis ด้านการบริหารจัดการสินค้า/ออเดอร์สินค้าที่ค้างอยู่ในขั้นตอนการซื้อต่างๆ ด้านประสบการณ์การซื้อขายผ่านแชตบน LINE ให้ง่ายและรวดเร็วขึ้น รวมไปถึงพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานแชตบอทสำหรับแอดมิน ร้านค้าให้มีประสิทธิภาพขึ้นในอนาคต
ในส่วนทิศทางการพัฒนาด้านเทคโนโลยี LINE มุ่งเน้นไปที่การเปิดการเชื่อมต่อ MyCustomer API ผลักดันการใช้งานและเสริมประสิทธิภาพ LINE SHOPPING API และการใช้งาน Mini App ช่วยให้แบรนด์ ร้านค้าต่าง ๆ รวมถึงนักพัฒนาในไทยสามารถใช้เทคโนโลยีบน LINE สร้างการเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้นได้ในอนาคตระยะยาว
ทั้งหมดนี้คือโร้ดแมปและทิศทางการพัฒนาแพลตฟอร์มของ LINE ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนธุรกิจยุคใหม่ ใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอน พร้อมเลือกใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาตอบโจทย์ให้เหมาะสม
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
LINE แนะองค์กรธุรกิจสร้างกลยุทธ์ใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภค รับมือความไม่แน่นอน
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เปิดตัวประกันรถเปิดปิด “รถติดไม่คิดเบี้ย” คืนความคุ้มค่าสู่ลูกค้า











